เมล็ดกาแฟคั่วที่ดีมีอะไรบ้าง

กาแฟไม่ว่า จะแบรนด์ไหน จะมีคุณประโยชน์เหมือนกัน คือ

– ช่วยให้หายง่วง กระตุ้นการตื่นตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือขณะขับรถยนต์

– ช่วยในการเผาผลาญอาหาร สลายไขมันได้ เพราะคาเฟอีนจะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเมตาโบลิซึม

– หากทานในปริมาณที่พอเหมาะ อนุมูลอิสระที่มีอยู่ในกาแฟจะช่วยให้แก่ช้า ชะลอการเสื่อมโทรมไม่ให้แก่ก่อนวัย

– ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งในช่องปาก ฯลฯ

– ลดอาการปวดหัวและไมเกรนปวดศีรษะ เพราะคาเฟอีนช่วยขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวด

สำหรับท่านที่ต้องการ กาแฟ ลดน้ำหนัก วิธีที่ดีที่สุดคือ ทานกาแฟดำ นอกจากจะช่วยเผาผลาญแล้วยังให้พลังงานน้อยมาก ๆ

กาแฟที่ดีมีปัจจัยอะไรบ้าง
1. สายพันธุ์ของกาแฟ
สายพันธุ์ของกาแฟ ที่เกษตรกรผู้ปลูก การคัดเลือกต้นที่ดีเพื่อใช้ในการปลูกในการเก็บเกี่ยว หากจะยกตัวอย่างสายพันธุ์ที่หลายๆท่านรู้จัก ก็คงจะหนี ไม่พ้น Panama Geisha เป็นสายพันธุ์ย่อยของสายพันธุ์กาแฟ Arabica โดยคุณลักษณะของรสชาติที่ได้หลักๆ ก็จะเป็นกลิ่นหอมของดอกไม้ มีความเป็นผลไม้ mix fruit ที่เปรี้ยว หอม หวาน และมี Texture ที่นุ่มนวล มีความซับซ้อนของรสชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งเกษตรกรของประเทศไทยเองได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ การปลูก ให้สอดคล้องกับความต้องการของกาแฟสายพันธุ์นั้น จดสามารถ จดสิทธิเป็นสิ่งบงชีทางภูมิศาสตร์ (GI) ได้นั้นเอง

2. พื้นที่เพาะปลูก
และวิธีการปลูก ส่วนนี้เองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กาแฟที่ออกมาดีหรือไม่ ยกตัวอย่างเดิมอย่างสายพันธุ์ Panama Geisha เมื่อมาปลูกที่ส่วนหนึ่งส่วนใดในประเทศแล้ว ต้นอาจจะโต แต่ไม่ให้ผล หรือให้ผลผลิตแต่รสของกาแฟไม่มีรสเลยก็ว่าได้ ดังนั้นพื้นที่เพาะปลูกกาแฟต้องมีความเหมาะสมกับสายพันธุ์ของกาแฟ การให้น้ำ แร่ธาตุ ความสูง อัตราส่วนการโดนแสงแดด อุณหภูมิของพื้นที่ปลูก และสิ่งแวดล้อมรอบข้างต้นกาแฟ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อกาแฟทั้งหมด

3. การเก็บเกี่ยว
การเก็บเกี่ยวกาแฟ ที่ดีคือ เก็บเฉพาะกาแฟเชอร์รี่ที่มีลูกสีแดงฉ่ำแล้วเท่านั้นและเก็บครั้งละลูก

4. Process กระบวนการผลิต
หลังการเก็บเกี่ยวมาแล้วซึ่งหลักจะมี ความแตกต่างกันและที่มีความนิยมใช้กันในประเทศไทย คือ Wet Process หรือ wash process หรือ WASHED PROCESS ซึ่งแล้วจะเรียกต่างกันออกไป แต่จะมีกระบวนการเหมือนกันคือ

4.1 นำผลกาแฟเชอรี่มาคัดแยก โดยการแช่น้ำ โดยเลือกเฉพาะผลที่จมน้ำ ซึ่งแปลว่าเป็นผลที่มีคุณภาพ ไม่เน่าเสียหรือโดนแมลงเจาะจนเป็นรู

4.2 ทำการสีเนื้อและเปลือกกาแฟ โดยจะได้เป็นเมล็ดกาแฟด้านในที่มีเนื้อหรือเมือกอยู่รอบๆ กาแฟ

4.3 นำเมือกกาแฟหมักกับเมล็ดให้อิ่มน้ำ และก่อให้เกิดจุลินทรีย์บางชนิดที่มีผลต่อรสชาติกาแฟ ใช้เวลาประมาณ 2 วัน (ขั้นตอนนี้นี่แหละครับ ทำให้เค้าเรียกว่าการ Wash Process)

4.4 สีเมือกที่ติดอยู่กับเมล็ดออกและล้างน้ำ

4.5 นำไปตากแห้งโดยให้เหลือระดับความชื้นที่ต้องการ 9-12% โดยระหว่างตากต้องหมั่นเกลี่ยเมล็ดอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แห้งทั่วถึงกัน

5. หลังจากผ่านกระบวนการ
จะได้กาแฟกะลา เมื่อเข้าสู่กระบวนการสี ซึ่งการสีกาแฟกะลา เพื่อให้ได้กาแฟสาร ซึ่งจะมีส่วนเพิ่มเติมเพื่อให้กาแฟสารที่ดี

คำอธิบาย: https://static.wixstatic.com/media/8d488a_f3209745af4344dbb53d19665999c82c~mv2.jpg/v1/fit/w_750,h_498,al_c,q_20/file.jpg
เครื่อง gravity separator เพื่อแยกเมล็ดกาแฟที่เบาออก
คำอธิบาย: https://static.wixstatic.com/media/8d488a_1f2655bd672d462eac70f093824efea8~mv2.jpg/v1/fit/w_750,h_565,al_c,q_20/file.jpg
เครื่อง color sorter เพื่อแยกสิ่งแปลกปลอมออกจากกาแฟสาร

หลังจากนั้น กาแฟสารจะถูกนำมาคัดด้วยมืออีกครั้ง เพื่อคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

คำอธิบาย: https://static.wixstatic.com/media/8d488a_e548c1877d774204b3847cc6a95584cb~mv2.jpg/v1/fit/w_750,h_821,al_c,q_20/file.jpg

เมื่อได้กาแฟสารที่มีคุณภาพแล้ว จะต้องคั่วโดยเครื่องคั่วที่มีคุณภาพ และผู้คั่วที่เชี่ยวชาญการคั่วกาแฟที่ต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนหลายปี เพื่อดึงเอกลักษณ์พิเศษของกาแฟออกมา ศาสตร์ของการคั่วกาแฟไม่ต่างกับ เซฟระดับมืออาชีพ ที่ต้องดึงรสของวัตถุดิบออกมาให้ดีที่สุด และให้ส่งมอบสิ่งนั้นให้กับผู้บริโภค

คำอธิบาย: https://static.wixstatic.com/media/8d488a_88131b0685f849b7a6c61b389cc529b0~mv2.jpg/v1/fit/w_750,h_563,al_c,q_20/file.jpg

ขอบคุณที่มา : phayaocoffeeroaster.com